กินยาคุมฉุกเฉิน เลือดออก นิดเดียว

มีคำถามจากแชทรูมและเว็บบอร์ดที่ถามเกี่ยวกับการกินยาเม็ดคุมกำเนิด ลุงหมอขอตอบนะครับ

คำถาม : หนูมีเลือดออกจากช่องคลอดคล้ายประจำเดือน แต่ประจำเดือนหมดไปแล้ว เลือดออกมา 13 วันแล้ว แล้วหนูกินยาคุมแบบรายเดือนด้วยค่ะ วันนี้กินอยู่นะคะ หนูอยากทราบว่าเป็นอะไรคะ

คำตอบ :  ภาวะเลือดออกจากช่องคลอดที่เกิดขึ้นจากการกินยาเม็ดคุมกำเนิด แบ่งง่ายๆ เป็น 2 แบบ คือ

  1. เลือดออกมาหลังกินยาคุมแผงหมดแผงแล้ว (แบบ 21 เม็ด) หรือกินไปแล้ว 21 เม็ด (แบบ 28 เม็ด 7 เม็ดหลังไม่มีฮอร์โมน) ถือว่าเป็นภาวะปกติ
  2. เลือดที่ออกมาในช่วงของการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในช่วงครึ่งแรกหรือครึ่งหลังของรอบเดือน ก็ต้องหาสาเหตุของการเกิด และแก้ไขต่อไป แต่อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ฟังต่อไปครับ คือ เลือดออกจากช่องคลอดแบบที่ 2 เป็นไปได้ 2 ลักษณะ
    • เลือดออกมากจนต้องใช้ผ้าอนามัย (breakthrough bleeding)
    • เลือดออกกะปริดกะปรอย ปริมาณไม่มากไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าอนามัย (spotting)

กลไกการเกิดเลือดออกยังไม่รู้แน่ชัดครับ แต่พอจะอธิบายว่าการกินยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมที่มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเทอโรนที่จำหน่ายทั่วไปจะให้ฮอร์โมน 2 ตัวนี้เข้าไปในร่างกายอย่างต่อเนื่อง โดยจะไปมีผลต่อเยื่อบุผนังมดลูกและหลอดเลือดทั้งการหนาขึ้นหรือบางตัวลง และส่งผลต่อการฝ่อหรือขยายของต่อมต่างๆ ภายในผนัง ดังนั้นสาเหตุที่มีเลือดออกเป็นทั้งจากการเปราะแตกของหลอดเลือดและการเปลี่ยนแปลงของผนังมดลูกจากการตอบสนองต่อฮอร์โมน

การมีเลือดกะปริดกะปรอยขณะกินยา สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่เพิ่งเริ่มกินยาเม็ดคุมกำเนิดใหม่ๆ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนแรก ซึ่งเป็นปัญหาข้างเคียงจากการกินยาที่พบบ่อยได้ถึง 20-30% แต่ไม่เป็นอันตรายครับ หลังจากกินไปแล้ว 3 เดือน อาการเลือดออกจะดีขึ้นได้เอง หรือพบน้อยกว่า 10%

ลุงหมอแนะนำว่า ขอให้ใช้ยาคุมนี้ไปสัก 3 เดือน ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนยา เพื่อให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดไม่เปลี่ยนแปลง
โดยมีแนวทางป้องกันและจัดการภาวะเลือดออกในระหว่างการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด มีดังนี้

  • ควรกินยาทุกวันให้ครบถ้วน ห้ามลืม! เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เลือดออก ควรกินเวลาเดิมทุกวันเพื่อให้ระดับของฮอร์โมนในร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงมาก
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ แนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่มีฤทธิ์ขัดขวางฤทธิ์ของเอสโตรเจน และกระทบต่อรอบเดือน
  • การใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับยาอื่นที่อาจเกิดปฏิกริยาต่อกัน เช่น ยาปฏิชีวนะอย่างแอมพิซิลิน ยาซัลฟา เพนนิซิลิน ยานอนหลับ ยาคลายเครียด ยาไรแฟมพิซิน จะมีผลให้ประสิทธิภาพของยาคุมไม่ดี และส่งผลทำให้เลือดออกได้ ถ้ายังต้องกินยาเหล่านี้อยู่ ก็แนะนำให้ใช้ยาคุมที่มีฮอร์โมนสูง
  • ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม สูตรเอสโตรเจนต่ำ (เช่น ขนาด 20 ไมโครกรัม) เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เลือดออกมากกว่ายาที่มีฮอร์โมนสูง แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้แบบที่มีเอสโตรเจนสูงขึ้นเป็น 30 หรือ 35 ไมโครกรัม แต่ถ้าใช้แบบ 30 ไมโครกรัมแล้วเลือดยังออกอยู่ ก็ให้เปลี่ยนเป็น 50 ไมโครกรัม

ยาคุมแต่ละยี่ห้อที่มีตัวยาฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนต่างกัน ไม่ได้มีผลต่อเลือดออกกะปริดกะปรอยแตกต่างกัน

ลุงหมอขอแนะนำว่า ถ้ามีเลือดออกมาก ควรหยุดยาชุดนั้นแล้วเริ่มต้นชุดใหม่ หรือ ถ้ายังมีเลือดออกผิดปกติอยู่นานและมากผิดปกติ ควรหยุดกินยาคุมไปก่อน เพื่อหาสาเหตุที่เลือดออกนอกเหนือจากยาคุม

มีอาการของโรคที่ทำให้เลือดออกผิดปกติได้ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หนองในเทียม หรือตกขาวผิดปกติ การตั้งครรภ์ในมดลูก หรือ ตั้งครรภ์นอกมดลูก หรืออาจเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เนื้องอกที่ปากมดลูก มดลูก หรือรังไข่

โดยสรุป ถ้าเป็นผู้เริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดรายเดือน อาจพบเลือดออกได้ช่วง 3 เดือนแรกหลังจากนั้นจะดีขึ้นเอง แต่หากหลัง 3 เดือนยังมีเลือดออกอยู่ ควรทบทวนการใช้ยาว่าใช้อย่างถูกต้องหรือไม่ หากใช้อย่างถูกต้องแต่ยังมีเลือดออก อาจต้องปรับเปลี่ยนขนาดของฮอร์โมน ที่สำคัญหากมีเลือดออกมากผิดปกติ อาจไม่ใช่เกิดจากยาคุม ควรไปพบแพทย์ต่อไปครับ

ด้วยรักและห่วงใย ลุงหมอเรืองกิตติ์
นพ.เรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล

โฆษณา

ปัจจุบันการมี Sex เป็นเรื่องธรรมชาติและเปิดเผยมากขึ้นในสังคมไทย การเรียนรู้ที่จะป้องกันเอาไว้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี บางคนอาจไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็น หรือเข้าใจวิธีใช้แบบผิดๆ เกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉิน ซึ่งที่เห็นกันทั่วไปคือยาคุมฉุกเฉินแบบสองเม็ด และจะยิ่งงงมากขึ้นไปอีกกับ ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียว หรือ ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด จนบางคนอาจไม่เชื่อเลยว่ามันสามารถคุมกำเนิดได้จริง ในวันนี้เรามาทำความรู้จักกับยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด ว่าคืออะไร มีกลไกการทำงานอย่างไร และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด

ยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียว ควรรับประทานให้ทันที หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 84% หากรับประทานยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด ได้อย่างถูกต้อง แต่จะไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อจากทางเพศสัมพันธ์ได้ ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียวจะเป็นตัวยาชนิด Levonorgestrel ขนาด 1.5 มิลลิกรัม การรับประทานยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง หากมีอาการผิดปกติติดต่อกันหลายวัน ควรปรึกษาแพทย์โดยทันที

กลไกการออกฤทธิ์ของยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียว

ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด จะมีชนิดตัวยาที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ  Levonorgestrel ซึ่งเป็นตัวยาในกลุ่มของโปรเจสติน (Progestins) เป็นฮอร์โมนสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน(Progesterone) ที่เป็นฮอร์โมนสำคัญในการควบคุมภาวะไข่ตกและมีประจำเดือน สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีกว่า 

โดยจะออกฤทธิ์ในการยับยั้งกระบวนการตกไข่ และลดปริมาณของ Glycodelin ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ จนไปถึงช่วยยับยังการปฏิสนธิของอสุจิกับรังไข่ ภายหลังจากการรับประทานยาอาจทำให้มีเลือดออกแบบกะปริบกะปรอย อาจเป็นตกขาวสีน้ำตาล และอาจทำให้รอบเดือนคลาดเคลื่อนได้

ข้อบ่งใช้สำหรับยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด

หลายๆคนคงสงสัยว่ายาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด กินตอนไหนดี ต้องบอกก่อนเลยว่ายาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียว ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เช่น

  • ถุงยางอนามัยขาด / ใช้ถุงยางผิดวิธีอย่างการถอดถุงยางอนามัยหลังอวัยวะเพศอ่อนตัว ซึ่งอาจทำให้อสุจิไหลเข้าช่องคลอดได้
  • ลืมกินยาคุมกำเนิดนชนิดรายเดือนตั้งแต่ 2-3 เม็ด ติดต่อกัน
  • นับระยะปลอดภัย หน้า 7 หลัง 7 ผิด (วิธีนี้ไม่แนะนำเนื่องจากอาจเกิดการคลาดเคลื่อนแล้วสามารถตั้งครรภ์ได้)
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • มีเพศสัมพันธ์แล้วเสร็จใน
  • ถูกข่มขืน ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียวกับ 2 เม็ดต่างกันอย่างไร

ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียว

ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียวจะมีตัวยาฮอร์โมน Levonorgestrel 1.5 มิลลิกรัม ควรรับประทานเเค่ 1 เม็ด ทันทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หรือภายใน 72 ชั่วโมง

ยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด

ยาคุมฉุกเฉิน 2 เม็ด ประกอบด้วยฮอร์โมน Levonorgestrel เม็ดละ 0.75 มิลลิกรัม ควรรับประทานเม็ดแรกหลังมีเพศสัมพันธ์ทันที หรืออย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง และรับประทานเม็ดที่ 2 ให้ห่างจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียวกับ 2 เม็ด อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งถ้ามีอาการอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง หลังรับประทานยา จะจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาใหม่อีกครั้ง เพราะร่างกายยังไม่สามารถดูดซึมยาได้อย่างเต็มที่ และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้

ใครที่ไม่ควรกินยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียว

ผู้ที่ห้ามใช้ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียว


  • ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม และอวัยวะภายในของเพศหญิง
  • ผู้ที่เป็นโรคตับเฉียบพลันหรือตับแข็ง
  • ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่เป็นโรคลมชัก
  • ผู้ที่เป็นโรคลิ่มเลือดอุดตัน
  • ผู้ที่เป็นไมเกรนชนิดมีอาการเตือน
  • ผู้ที่มีครรภ์

วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดแบบถูกต้อง

วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดที่ถูกต้อง คือควรกินทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์เพื่อการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือไม่เกินภายใน 72 ชั่วโมง หลังมีเพศสัมพันธ์  และหากรับประทานอย่างถูกวิธีก็อาจจะสามารถป้องกันได้ถึง 84% เมื่อเทียบกับการกินยาคุมฉุกเฉินชนิด 2 เม็ด

ข้อดีและข้อจำกัดของยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด

ข้อดีของการใช้ยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียว

  • หากรับประทานยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด ได้อย่างถูกต้องอาจป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 84% เมื่อเทียบกับการกินยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด ที่อาจป้องกันการตั้งครรภ์ได้แค่ 79%
  • ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียวที่กินแค่เพียง 1 เม็ด ก็สามารถคุมกำเนิดได้ สะดวกกว่ายาคุมฉุกเฉินชนิด 2 เม็ดเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องรับประทานเม็ดแรกและเม็ดที่ 2 ห่างกัน 12 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดการลืมได้

ข้อจำกัดของการใช้ยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียว

ไม่ว่าจะเป็นยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียวหรือแบบ 2 เม็ด ก็ไม่สามารถคุมกำเนิดได้ 100% และไม่สามารถใช้ยาคุมฉุกเฉินแทนยาคุมกำเนิดแบบปกติได้ เนื่องจากหากกินบ่อยเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ข้อควรระวังการใช้ยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียว

สำหรับผู้ที่รับประทานยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียว รอบเดือนอาจเกิดการคลาดเคลื่อนได้ แต่ถ้าหากว่ามาช้ากว่าปกติเกิน 7 วัน ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อตรวจครรภ์ หรือความผิดปกติอื่นๆ เพราะหากเกิดการตั้งครรภ์ภายหลังการกินยาคุมฉุกเฉินแล้วนั้น จะมีความเสี่ยงในการท้องนอกมดลูก นอกจากนี้ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดไม่ควรใช้แทนการคุมกำเนิดแบบปกติ เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายต่อร่างกายได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดเมื่อใช้ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดสำหรับผู้ที่รับประทานยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด จะมีอาการดังนี้


  • ปวดท้อง
  • เหนื่อยล้า เวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เจ็บบริเวณเต้านม
  • เลือดออกทางช่องคลอดแบบกะปริบกะปรอย

และอาจจะมีอาการแพ้ยาคุมที่อาจเกิดขึ้นได้ ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอากาเหล่านี้


  • ผื่น
  • หายใจลำบาก
  • ใบหน้า ลำคอ และลิ้น คันและบวม
  • วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง

การใช้ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียวกับสตรีให้นมบุตร

ไม่ควรที่จะใช้ยาคุมฉุกเฉินเม็ดเดียวหรือยาคุมฉุกเฉินชนิด2 เม็ด ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทารกในครรภ์ หากสตรีที่ให้นมบุตรรับประทานยาคุมฉุกเฉินควรหลีกเลี่ยงหรือเว้นการให้นมบุตรก่อนประมาณ 8 ชั่วโมง

การเก็บรักษายาคุมฉุกเฉิน 1

โดยทั่วไปการเก็บรักษายาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด ควรเก็บไว้ที่ อุณหภูมิระหว่าง 15-30 องศา และไม่ควรให้ยาคุมฉุกเฉินสัมผัสแสงแดดหรืออยู่ในที่ที่มีความร้อนสูง หรือความชื้นสูง เพราะอาจส่งผลให้ตัวยาเสื่อมประสิทธิภาพลง เเละเป็นสาเหตุที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้

ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด ราคาเท่าไหร่

หากถามว่าควรกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด ยี่ห้อไหนดี? หรือ ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด ราคาเท่าไหร่? ราคาาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด ราคาจะอยู่ที่หลักสิบปลายๆ ไปจนถึงหลักร้อยต้นๆ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปที่มีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำก่อนใช้ยา

คำถามที่พบบ่อย

ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด กินตอนไหน

ควรรับประทานทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันด้วยถุงยางอนามัย หรือภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ตัวยามีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่

กินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด มีโอกาสท้องไหม

ไม่ว่าจะเป็นยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด หรือยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด ก็ไม่มียาคุมฉุกเฉินชนิดใดที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% ยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียวจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 84% เมื่อเทียบกับยาคุมฉุกเฉินชนิด 2 เม็ดที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 79%

ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด กินบ่อยจะเป็นอันตรายไหม

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นว่าผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งไม่ควรนำมาเป็นวิธีคุมกำเนิดระยะยาว เพราะเมื่อกินบ่อยครั้งจะทำให้ยาคุมฉุกเฉินประสิทธิภาพลดลง และทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูงขึ้น รวมไปถึงปริมาณของฮอร์โมเพศหญิงที่อยู่ในยาคุมฉุกเฉินจะสูงกว่ายาคุมกำเนิดแบบปกติถึง 2 เท่า จึงเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งเต้านมได้

กินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด แล้วประจำเดือนไม่มา เกิดจากอะไร

การที่กินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด แล้วประจำเดือนไม่มา อาจเกิดจากผลข้างเคียงเนื่องจากยาคุมฉุกเฉินจะมีฮอร์โมนปริมาณสูงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกายระหว่างที่กินยาคุม หรืออาจเกิดจากการตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถสังเกตุได้จากอาการอื่นๆ ที่เกิดร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะบ่อย หรือง่วงนอนตลอดเวลา

หากพบอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจการตั้งครรภ์ หรือสามารถทดสอบด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

ข้อสรุป

การรับประทาน ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด อย่างมีประสิทธิภาพสูงนั้นควรรับประทานอย่างถูกวิธีโดยรับประทานทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์หรือภายใน 72 ชั่วโมง และไม่ควรนำมาใช้เป็นวิธีการคุมกำเนิดในระยะยาว เพราะอาจเสี่ยงให้เกิดการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกได้ ภายหลังในการรับประทานยาอาจเกิดผลข้างเคียงได้ หากมีอาการแพ้ควรรีบพบแพทย์ทันที 

นอกจากนี้การรับประทานยาคุมฉุกเฉินนั้นไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% และไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ การมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ควรมีอย่างมีสติและรู้จักการป้องกันตนเองด้วย

บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที

  • ตอนที่ 1 : ต้อกระจก ภัยคุกคามการมองเห็นที่ไม่ควรมองข้าม!
  • ตอนที่ 2 : ทำความรู้จัก PRK ทางเลือกของการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ
  • ตอนที่ 3 : รักษาสายตาสั้น เปิดโลกคมชัดด้วยหลากหลายวิธี
  • ตอนที่ 4 : อยากตรวจหัวใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง?
  • ตอนที่ 5 : โรคข้ออักเสบ ปล่อยเอาไว้อันตรายกว่าที่คิด!
  • ตอนที่ 6 : ยากระตุ้นไข่ตก ซื้อกินเองได้ไหม? มีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า?
  • ตอนที่ 7 : ผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างไร้อุปสรรค
  • ตอนที่ 8 : ต้อเนื้อ (Pterygium) คืออะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร?
  • ตอนที่ 9 : ค่าสายตา คืออะไร พร้อมวิธีอ่านค่าสายตาฉบับเข้าใจง่าย
  • ตอนที่ 10 : ผู้หญิงอายุ 40 มีลูกได้ไหม เสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง?
  • ตอนที่ 11 : เลสิค ต้องสายตาสั้นเท่าไหร่ถึงทำได้?
  • ตอนที่ 12 : สายตาสั้นเท่าไหร่ควรใส่แว่น แนะนำวิธีรักษาสายตาสั้น 50 75 150 200 300
  • ตอนที่ 13 : อาการก่อนเป็นประจำเดือน เป็นอย่างไร? ใช่ เหวี่ยงวีนไหม?
  • ตอนที่ 14 : มาตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานเพื่อชีวิตคู่ที่ราบรื่นกันเถอะ
  • ตอนที่ 15 : อาการตาล้า ตาเบลอ ปัญหาใกล้ตัวที่ไม่ควรปล่อยไว้
  • ตอนที่ 16 : โรคตาบอดสีที่หลาย ๆ คนเข้าใจผิดไป!
  • ตอนที่ 17 : อาการเจ็บข้อเข่า เกิดจากอะไร รักษาอย่างไรได้บ้าง?
  • ตอนที่ 18 : ตรวจโครโมโซม NIPT จำเป็นไหม? ตรวจเมื่ออายุครรภ์เท่าไหร่?
  • ตอนที่ 19 : สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด สาเหตุ อาการ วิธีรักษา
  • ตอนที่ 20 : การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ตอนที่ 21 : ทำไมต้องผ่าตัดต้อหิน อันตรายหรือไม่ การดูแลตนเองหลังผ่าตัดต้อหิน
  • ตอนที่ 22 : ฮอร์โมน LH (Luteinizing Hormone) สำคัญต่อคนท้องอย่างไร
  • ตอนที่ 23 : ฮอร์โมน FSH ว่าที่แม่ตั้งครรภ์ควรรู้
  • ตอนที่ 24 : เลือดล้างหน้าเด็ก คืออะไร เป็นอันตรายหรือไม่?
  • ตอนที่ 25 : ตรวจความเข้มของเลือด มีความสำคัญอย่างไร บ่งบอกปัญหาสุขภาพอะไรได้บ้าง ?
  • ตอนที่ 26 : ไทรอยด์ ภัยเงียบอันตรายที่สังเกตได้ยาก มีวิธีตรวจไทรอยด์อย่างไรบ้าง ?
  • ตอนที่ 27 : ฮอร์โมนคนท้อง คืออะไร? ส่งผลอย่างไรต่อร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์?
  • ตอนที่ 28 : ไมเกรนขึ้นตา อาการที่ไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยโรคไมเกรนทุกคน
  • ตอนที่ 29 : วิธีนวดแก้ปวดไมเกรน สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
  • ตอนที่ 30 : อัลตร้าซาวด์ช่องท้อง รู้โรคเร็ว รักษาทัน
  • ตอนที่ 31 : รู้จัก 5 สมุนไพรรักษาไมเกรน บรรเทาอาการปวดหัวแบบไม่พึ่งยา
  • ตอนที่ 32 : ติดโควิด-19 รักษาตัวที่บ้านด้วย Home Isolation
  • ตอนที่ 33 : ภาวะมิสซี (MIS-C) อาการลองโควิดในเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องจับตามอง
  • ตอนที่ 34 : ข้อเข่าเสื่อม โรคที่ห้ามไม่ได้ มีวิธีรักษาอย่างไร?
  • ตอนที่ 35 : 8 อาหารโฟลิกสูง ป้องกันลูกพิการแต่กำเนิด
  • ตอนที่ 36 : อารมณ์คนท้องแปรปรวน เพราะอะไร? พร้อมวิธีรับมือ
  • ตอนที่ 37 : วิตามินแก้ไมเกรน การรักษาไมเกรนแบบธรรมชาติ
  • ตอนที่ 38 : ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเออร์โกทามีน (Ergotamine) ทางออกของปัญหาไมเกรน
  • ตอนที่ 39 : ตรวจไขมันในเลือด (Lipid Profile) รู้ตัวเร็ว ดูแลตนเองได้ง่ายกว่า!
  • ตอนที่ 40 : ปวดหัวข้างขวา ปวดหัวไมเกรนเรื้อรัง ดูแลรักษาอย่างไรให้หาย
  • ตอนที่ 41 : แสงสีฟ้า ภัยร้ายดวงตาที่หลายคนมองข้าม
  • ตอนที่ 42 : ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด กินอย่างไรให้ปลอดภัย ข้อควรรู้ก่อนใช้จริง
  • ตอนที่ 43 : แนะนำ 10 สมุนไพรแก้ไอ ขับเสมหะ ให้ความชุ่มชื้นในลำคอ
  • ตอนที่ 44 : ปวดหัวข้างเดียว สัญญาณเตือนโรคที่ควรใส่ใจ
  • ตอนที่ 45 : ทำไมต้องตรวจหลังคลอด การตรวจหลังคลอดสำคัญอย่างไร
  • ตอนที่ 46 : คนท้อง ท้องอืด ปัญหาที่ว่าที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักประสบพบเจอ
  • ตอนที่ 47 : ยาแก้ปวดเข่า ตัวช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าเบื้องต้นที่แพทย์มักนิยมใช้
  • ตอนที่ 48 : นิ้วล็อค ไม่ต้องผ่า รักษาง่ายนิดเดียว
  • ตอนที่ 49 : ตรวจไมเกรน ต้องทำอะไรบ้าง รู้ก่อน รักษาก่อน
  • ตอนที่ 50 : ฉีดโบท็อกไมเกรนเพื่อรักษาสุขภาพจากอาการปวดหัวเรื้อรัง
  • ตอนที่ 51 : ประจำเดือนมาไม่ปกติอย่าละเลย อาจบอกอะไรเรามากกว่าที่คิด
  • ตอนที่ 52 : อาการเจ็บคอแบบนี้เกิดจากสาเหตุใด ?
  • ตอนที่ 53 : ยาคุมลดสิว ช่วยแก้ปัญหาสิวได้จริงหรือ?
  • ตอนที่ 54 : 7 วิธีแก้ปวดท้องเมนส์ ปวดท้องประจำเดือนทำอย่างไรดีให้บรรเทาลง
  • ตอนที่ 55 : ทำเลสิค ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เปิดค่าใช้จ่าย อธิบายทุกขั้นตอน
  • ตอนที่ 56 : ผ่าตัดต้อกระจก รักษาหายขาด พักฟื้นไม่นาน

Toplist

โพสต์ล่าสุด

แท็ก

แปลภาษาไทย ไทยแปลอังกฤษ โปรแกรม-แปล-ภาษา-อังกฤษ พร้อม-คำ-อ่าน lmyour แปลภาษา ห่อหมกฮวกไปฝากป้าmv แปลภาษาอาหรับ-ไทย แปลภาษาอังกฤษเป็นไทย pantip แอพแปลภาษาอาหรับเป็นไทย ค้นหา ประวัติ นามสกุล ห่อหมกฮวกไปฝากป้า หนังเต็มเรื่อง ไทยแปลอังกฤษ ประโยค Terjemahan เมอร์ซี่ อาร์สยาม ล่าสุด แปลภาษาจีน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ่้แปลภาษา Google Translate ข้อสอบคณิตศาสตร์ พร้อมเฉลย พร บ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 วิธีใช้มิเตอร์วัดไฟดิจิตอล สหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ห่อหมกฮวก แปลว่า Bahasa Thailand Thailand translate mu-x มือสอง รถบ้าน การวัดกระแสไฟฟ้า ด้วย แอมมิเตอร์ การ์ดแคปเตอร์ซากุระ ภาค 4 ก่อนจะนิ่งก็ต้องกลิ้งมาก่อน เนื้อเพลง ก่อนจะนิ่งก็ต้องกลิ้งมาก่อน แคปชั่น พจนานุกรมศัพท์ทหาร ภูมิอากาศ มีอะไรบ้าง สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น อาจารย์ ตจต อเวนเจอร์ส ทั้งหมด เขียน อาหรับ แปลไทย ใบรับรอง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน Google map Spirited Away 2 spirited away ดูได้ที่ไหน tor คือ จัดซื้อจัดจ้าง กินยาคุมกี่วัน ถึง ปล่อยในได้ ธาตุทองซาวด์เนื้อเพลง บช.สอท.ตำรวจไซเบอร์ ล่าสุด บบบย มิติวิญญาณมหัศจรรย์ ตอนจบ รหัสจังหวัด อําเภอ ตําบล ศัพท์ทางทหาร military words สอบ O หยน